มัลแวร์ดูดเงินตัวใหม่ "KREMLIN" เข้ายึดเบราว์เซอร์ Chrome และ Edge เพื่อขโมยรหัสผ่านธนาคาร

เมื่อ : 15 ตุลาคม 2569
ผู้เข้าชม : 893
เขียนโดย :
image_big
image_big
เมื่อ : 15 ตุลาคม 2569
ผู้เข้าชม : 893
เขียนโดย :

มัลแวร์ดูดเงิน หรือ Banking Trojan ซึ่งเป็นต้นเหตุที่แท้จริงของการที่กดลิงก์มั่ว ๆ แล้วเงินหายไปเฉย ๆ (ไม่ใช่แค่รับสายเงินหายแบบคนเข้าใจผิดกัน) นั้นปัจจุบันก็ยังคงเป็นมัลแวร์ประเภทหนึ่งที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มแฮกเกอร์ และครั้งนี้ก็คงเป็นอีกครั้งที่ผู้คนต้องระวังตัวกันให้ดี

จากรายงานโดยเว็บไซต์ The Hacker News ได้กล่าวถึงการตรวจพบมัลแวร์ดูดเงินตัวใหม่จากประเทศบราซิล "KREMLIN"  โดยฝีมือของทีมวิจัยจาก Elastic Security Labs บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบภัยไซเบอร์ ซึ่งทางทีมวิจัยได้ระบุว่าแคมเปญการแพร่กระจายของมัลแวร์ตัวนี้ไม่ได้ใหม่เสียทีเดียว เพราะเริ่มการแพร่กระจายมาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) แล้ว ด้วยการปลอมตัวเป็นส่วนเสริมบนเว็บเบราว์เซอร์ (Extension) ของธนาคารในประเทศบราซิล หลอกให้เหยื่อติดตั้งลงบนเว็บเบราว์เซอร์ Chrome หรือ Edge ที่เหยื่อใช้งานอยู่ ทางทีมวิจัยยังได้อธิบายต่อว่า มัลแวร์ตัวนี้ยังใช้เทคนิคในการหลบเลี่ยงการถูกตรวจสอบด้วยการเข้าแก้ไขการตั้งค่า Secure Preferences บนเว็บเบราว์เซอร์ตระกูล Chromium เพื่อสร้างค่า HMACs และค่าแฮช (Hash) ที่ถูกเข้ารหัสแบบ App-Bound Encryption ขึ้นมาใหม่ นอกจากนั้นตัวมัลแวร์ยังได้มีการใช้งานเครือข่ายบล็อกเชน (Blockchain) อย่าง Ethereum เพื่อซ่อนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control) ไว้ภายใต้ระบบสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) อีกด้วย

มัลแวร์ดูดเงินตัวใหม่ "KREMLIN" เข้ายึดเบราว์เซอร์ Chrome และ Edge เพื่อขโมยรหัสผ่านธนาคาร
ภาพจาก : https://thehackernews.com/2026/09/kremlin-banking-malware-hijacks-chrome.html

สำหรับกลเม็ดในการเข้าสู่เครื่องของเหยื่อนั้น แฮกเกอร์จะหลอกเหยื่อด้วยวิธีการ Phishing ด้วยการส่งไฟล์ JavaScript ที่ปลอมตัวเป็นเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจหรือการเงิน ที่ถ้าเหยื่อทำการคลิ๊กไฟล์ดังกล่าวนั้นก็จะนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์นกต่อ (Loader) สำหรับการฝังมัลแวร์แบบหลากขั้นตอน (Multi-Stage) โดยตัว Loader จะทำการตรวจสอบก่อนว่ามีการทำงานอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมจำลอง (Sandbox) หรือไม่ ซึ่งถ้าพบว่าไม่อยู่ในสภาวะแวดล้อมดังกล่าว ก็จะทำการโหลดไฟล์มัลแวร์ (Payload) ชุดที่สองลงมา ซึ่งตัวที่สองนี้จะทำหน้าที่ในการสร้างความคงทนบนระบบ (Persisrtence) และดาวน์โหลดที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์ C2 มาจากระบบ Smart Contract ของเครือข่าย Ethereum เพื่อนำไปสู่การดาวน์โหลด Payload ชุดที่ 3 ซึ่ง Payload ชุดนี้จะประกอบด้วย

  • ตัวติดตั้งส่วนเสริมของเว็บเบราว์เซอร์ที่เป็นมัลแวร์ โดยในกรณีตัวอย่างนี้จะเป็นการดาวน์โหลดส่วนเสริมที่มีชื่อว่า "AVSync System Inc." เวอร์ชัน 1.0.0 (ID: ndpbidppejfanjbhfgjlohfanbfbklff) ลงมาจากโดเมนที่แกะมาจากที่บันทึกไว้บนเครือข่าย Ehtereum ชื่อว่า volmira[.]site และ zaviro[.]online
  • .NET PE Injector 
  • "SentinelMemoryScanner.exe" ซึ่งเป็นไฟล์สำหรับการรันแบบธรรมดา ๆ ของ SentinelOne เอาไว้ใช้ในการโหลดไฟล์ DLL ของมัลแวร์ขึ้นมาใช้งานด้วยเทคนิค DLL Sideloading โดยจะเป็นการโหลดไฟล์ "SentinelAgentCore.dll" ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบว่าเครื่องมือคุณสมบัติอย่าง มีจำนวน CPM และหน่วยความจำ RAM ตามที่กำหนดไว้บนโค้ดหรือไม่ โดยถ้าตรวจพบว่ามี CPU น้อยกว่า 2 ตัว และ RAM น้อยกว่า 3GB ตัวมัลแวร์ก็จะหยุดทำงานในทันที

หลังจากที่ส่วนเสริมถูกติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวมัลแวร์ก็จะทำการเก็บข้อมูลต่าง ๆ บนเว็บเบราว์เซอร์แล้วติดต่อกับโดเมน "luizestrelhashapr[.]online:443" ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ C2 เพื่อแอบส่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกขโมย (Exfiltration) ไปยังเซิร์ฟเวอร์ โดยก่อนการติดต่อนั้น ตัวมัลแวร์จะทำการขอเข้าถึงส่วนสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแท็บของเว็บเบราว์เซอร์, ไฟล์ Cookie, แหล่งเก็บข้อมูล (Storage) และ webRequest API นอกจากความสามารถข้างต้นแล้ว ตัวมัลแวร์ยังมีความสามารถต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น

  • แอบบันทึกภาพ (Screenshot) แท็บต่าง ๆ บนเว็บเบราว์เซอร์
  • ตรวจสอบจำนวนแท็บและโดเมนต่าง ๆ ที่ติดต่อด้วยเพื่อส่งรายชื่อกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์
  • ขโมยไฟล์ Cookies, sessionStorage, และ localStorage จากแท็บที่ถูกเลือก
  • ขโมยประวัติการเข้าเว็บไซต์ได้มากถึง 1,000 รายชื่อในกรอบระยะเวลา 15 วันของการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์
  • ถอดโค้ด HTML ของเว็บไซต์ที่ถูกเลือกเพื่อส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์
  • ดาวน์โหลดไฟล์ HTML จากเซิร์ฟเวอร์เพื่อแสดงผลหน้าเว็บปลอม
  • รีเฟรชการตั้งค่า (Configuration)

โดยคำสั่งทั้งในการจัดการทั้งหมดนี้จะถูกส่งผ่านทางช่องทาง WebSocket ไม่เพียงเท่านั้น ตัวส่วนเสริมสอดไส้มัลแวร์ยังได้มีการติดต่อ (Polling) ไปยังปลายทาง "/google_api/" โดยเนียนเป็นการดึงไฟล์ CSS ลงมา ซึ่ง Path เหล่านี้จะเชื่อมโยงกับคำสั่งต่าง ๆ ดังนี้

  • 108766d0.css: อัปโหลด คุกกี้และข้อมูลใน Storage
  • 41f7b187.css: อัปโหลด Tab ID, ชื่อโดเมน และสถานะของแท็บที่กำลังใช้งานอยู่ (Active-tab state)
  • b83fa72d.css: อัปโหลด ประวัติการเข้าชมเว็บแบบบีบอัด ย้อนหลังสูงสุด 15 วัน
  • 0f51ad2f.css: อัปโหลดภาพ Screenshot ในแบบไฟล์ JPEG ที่ถูกบีบอัด พร้อมด้วย URL และ Client ID
  • e4cce14e.css: อัปโหลด โค้ด HTML แบบเต็มหน้าที่ถูกบีบอัดไฟล์แล้ว พร้อมด้วย URL และ Client ID
  • 6c0c92f6.css: อัปโหลดคำขอแบบ Intercepted request
  • 81d47cb6.css: ดึงข้อมูลการตั้งค่าเป้าหมาย (Targeting Configuration) ซึ่งประกอบด้วยรายชื่อโดเมนและกฎการดักจับ HTTP (HTTP interception rules)
  • a98cb43d.css: ดึงกฎการเปลี่ยนเป้าหมายเยี่ยมชม URL (Redirection rules) ที่มี URL ปลายทางสำหรับส่งเหยื่อต่อ
ต้นฉบับ :
ที่มา :
Copyright Notice : All Rights Reserved. Copyright 1999-2026
Antivirus.in.th is owned and operated by Thaiware Communication Co., Ltd.