1. ถ้าต้องการจะย้ายค่าย โปรแกรม Antivirus ควรต้องทำอย่างไรกับเครื่องเราบ้าง ?
2. โปรแกรม Antivirus จะหยุดการปกป้องโดยทันทีเมื่อถึงวันหมดอายุเลยหรือไม่ ?
3. ข้อแตกต่างระหว่างโปรแกรม Antivirus สำหรับบุคคล (Home Antivirus) กับ สำหรับธุรกิจ (Business Antivirus) มีจุดไหนบ้าง ?
4. โปรแกรม Antivirus สำหรับลูกค้าทั่วไป (Home User) สามารถนำใช้ใน บริษัท หรือองค์กรได้ไหม ส่งผลอะไรหรือไม่ ?
5. ทำไมโปรแกรม Antivirus จากบางค่าย ถึงไม่มีเลขปีต่อท้าย ?
6. โปรแกรม Windows Security ที่มีอยู่ใน Windows เพียงพอต่อการปกป้องระบบคอมพิวเตอร์ของเราแล้วหรือไม่ ?
7. หากใช้โปรแกรม Antivirus จำเป็นต้องถอนการติดตั้งหรือปิดการใช้งาน Windows Security ใน Windows หรือไม่ ?
8. โปรแกรม Antivirus แบรนด์ไหนดีที่สุด ?
9. โปรแกรม Antivirus ทำให้เครื่องช้าลงไหม ?
10. โปรแกรม Antivirus ตัวไหน ที่ใช้งานง่ายที่สุด?
11. ทางเว็บไซต์ Antivirus.in.th มีบริการติดตั้ง โปรแกรม Antivirus ด้วยหรือไม่ ?
12. หากสั่งซื้อโปรแกรม Antivirus ไปแล้ว จะต้องรอนานแค่ไหน ถึงจะได้รับการอนุญาตใช้งาน ?

1. ถ้าต้องการจะย้ายค่าย โปรแกรม Antivirus ควรต้องทำอย่างไรกับเครื่องเราบ้าง ?

กรณีไม่เคยลง โปรแกรม Antivirus ใดๆ มาก่อนเลยสามารถนำโปรแกรม Antivirus ที่เราต้องการติดตั้งมาติดตั้งตามขั้นตอนการติดตั้งของ Antivirus ได้เลย ซึ่งอาจจะมีขั้นตอนการติดตั้งแตกต่างกันเล็กน้อย

กรณีที่มีการติดตั้งโปรแกรม Antivirus ของค่ายๆ อื่นอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ให้ถอนการติดตั้ง (Uninstall) โปรแกรมเก่าออกจากเครื่องให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งโปรแกรม Antivirus บางตัวจะมีคำสั่งถอนการติดตั้งโดยเฉพาะอยู่ หากไม่มีก็สามารถทำได้โดยไปที่เมนู Control Panel → Programs → Programs and Features ผ่านทางโปรแกรม File Explorer และเลือกโปรแกรม Antivirus ที่เราต้องการถอนการติดตั้ง และทำการรีสตาร์ท (Restart) เครื่องคอมพิวเตอร์ และหลังจากนั้นให้ดำเนินการติดตั้ง โปรแกรม Antivirus ตามที่เราต้องการ

2. โปรแกรม Antivirus จะหยุดการปกป้องโดยทันทีเมื่อถึงวันหมดอายุเลยหรือไม่ ?

โปรแกรม Antivirus ส่วนใหญ่จะไม่หยุดทำการปกป้องทันทีเมื่อหมดอายุ แต่ว่าจะไม่สามารถอัปเดตเวอร์ชั่นใหม่ (New Version) และฐานข้อมูลของไวรัส (Virus Definition) ได้อีก ซึ๋งแม้จะไม่ได้หยุดทำงานแต่ก็จะไม่มีความสามารถป้องกันไวรัสตัวใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดมาได้ อีกทั้งคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ บางตัว ก็อาจจะใช้งานไม่ได้ด้วยเช่นกัน

3. ข้อแตกต่างระหว่างโปรแกรม Antivirus สำหรับบุคคล (Home Antivirus) กับ สำหรับธุรกิจ (Business Antivirus) มีจุดไหนบ้าง ?

โดยหลักๆ ข้อแตกต่างระหว่างโปรแกรม Antivirus สำหรับบุคคล กับ สำหรับธุรกิจคือ ลักษณะการติดตั้งโปรแกรม Antivirus สำหรับธุรกิจ (Business Antivirus) ผู้ใช้ดูแลระบบจะต้องทำการติดตั้ง โปรแกรมควบคุมส่วนกลาง ลงบนเครื่องแม่ข่าย (Server) ซึ่งจะทำให้สามารถอัปเดต ควบคุม หรือปรับแต่งการใช้งาน ของเครื่องลูกข่าย (Client) ที่อยู่ในการควบคุมได้ง่าย อีกทั้งยังอาจจะมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ช่วยปกป้องระบบเครือข่ายขององค์กร อย่างเช่นการปิดกั้นอุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างแฟลชไดร์ฟ (USB Flash Drive) หรือแม้แต่ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก / พกพา (External / Portable Harddisk) ได้อีกด้วยเช่นกัน

ในขณะที่ โปรแกรม Antivirus สำหรับบุคคล (Home Antivirus) จะต้องติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่เราต้องการป้องกัน และมุ่งเน้นเพื่อป้องกันคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรม Antivirus เท่านั้น

4. โปรแกรม Antivirus สำหรับลูกค้าทั่วไป (Home User) สามารถนำใช้ใน บริษัท หรือองค์กรได้ไหม ส่งผลอะไรหรือไม่ ?

สามารถนำไปใช้ได้ แต่ผู้ดูแลระบบจะไม่สามารถควบคุม หรือปรับแต่งได้จากส่วนกลาง ซึ่งจะทำให้ยากต่อการบริหารจัดการเครื่องลูกข่าย (Client) ที่อยู่ภายในองค์กร ซึ่งทำให้ยากต่อการบริหารจัดการ

5. ทำไมโปรแกรม Antivirus จากบางค่าย ถึงไม่มีเลขปีต่อท้าย ?

เนื่องจากโปรแกรม Antivirus ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีการอัปเดตโปรแกรมให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ ถ้าหากโปรแกรม Antivirus ที่ใช้อยู่ไม่ได้หมดอายุก็จะสามารถอัปเดตให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากหมายเลขเวอร์ชั่นแทนว่า โปรแกรม Antivirus ที่เราใช้อยู่เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วหรือยัง

6. โปรแกรม Windows Security ที่มีอยู่ใน Windows เพียงพอต่อการปกป้องระบบคอมพิวเตอร์ของเราแล้วหรือไม่ ?

สำหรับโปรแกรม Windows Security ที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการ Windows 10 นั้นมีประสิทธิภาพที่ดีพอที่จะช่วยปกป้องไวรัสได้ แต่ผู้ใช้ต้องหมั่นอัปเดต Windows อย่างสม่ำเสมอ และภัยคุกคามปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่รวดเร็ว การใช้โปรแกรม Antivirus จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ของเรามีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ในเวอร์ชั่นอื่นๆ อย่างเช่น Windows 7 ควรใช้โปรแกรม Antivirus เข้ามาช่วยเสริมเนื่องจากทาง Microsoft ได้หยุดสนับสนุนในทุกๆ ด้าน รวมถึงด้านความปลอดภัยแล้วด้วยเช่นกัน

7. หากใช้โปรแกรม Antivirus จำเป็นต้องถอนการติดตั้งหรือปิดการใช้งาน Windows Security ใน Windows หรือไม่ ?

ไม่จำเป็นหากคุณใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8 หรือสูงกว่า ระบบปฏิบัติการ Windows จะปิดการทำงานของ Windows Security อัตโนมัติเมื่อการติดตั้งโปรแกรม Antivirus จากภายนอกและจะใช้โปรแกรม Antivirus ที่ได้ติดตั้งไปแทน

8. โปรแกรม Antivirus แบรนด์ไหนดีที่สุด ?

โปรแกรม Antivirus แต่ละแบรนด์มีความสามารถในการปกป้องใกล้เคียงกัน แต่หลักๆ จะมีความแตกต่างกันในเรื่องการปรับแต่ง และคุณสมบัติเพิ่มเติมแตกต่างกัน ซึ่งการจะตอบได้ว่าแบรนด์ไหนดีที่สุด ผู้ใช้ควรโหลดเวอร์ชั่นทดลองมาใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อให้ตรงกันความต้องการของตัวเองมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่ Antivirus จะมีให้เวอร์ชั่นทดลองให้ใช้งานกันเกือบทุกแบรนด์

9. โปรแกรม Antivirus ทำให้เครื่องช้าลงไหม ?

ไม่จำเป็นเสมอไป โปรแกรม Antivirus บางตัวกลับทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เร็วขึ้นอีกด้วย เพราะการใช้ทรัพยากรของเครื่องทำได้ดีกว่า โปรแกรม Windows Security ที่ติดมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows และยังมีปัจจัยที่ทำให้เครื่องช้าลงอื่นๆ อีก เช่นสเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสมกับโปรแกรม Antivirus นั้นๆ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อต้องพิจารณความต้องการของระบบที่โปรแกรม Antivirus นั้นๆ ต้องการ

10. โปรแกรม Antivirus ตัวไหน ที่ใช้งานง่ายที่สุด ?

โปรแกรม Antivirus ส่วนใหญ่จะมีแผงควบคุม และจัดการ (Management Console) เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สามารถปรับแต่งการใช้งานให้สอดคล้องกับความต้องการของตัวเอง ซึ่งหากมีคุณสมบัติเพิ่มเติมมาให้เยอะ ผู้ใช้หลายคนอาจจะรู้สึกว่ายุ่งยากและยากต่อการทำความเข้าใจการใช้งาน ดังนั้นผู้ใช้ควรดาวน์โหลดเวอร์ชั่นทดลองใช้ของแต่ละแบรนด์มาทดลองใช้ก่อนการตัดสินใจซื้อ

11. ทางเว็บไซต์ Antivirus.in.th มีบริการติดตั้ง โปรแกรม Antivirus ด้วยหรือไม่ ?

เว็บไซต์ Antivirus.in.th เป็นเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์สำหรับบุคคลทั่วไป และ องค์กร อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมจัดจำหน่ายโปรแกรม Antivirus ที่ถูกลิขสิทธิ์ หากลูกค้าที่สั่งซื้อโปรแกรม Antivirus กับทางเว็บไซต์ ทางเราจะมีบริการติดตั้งผ่านทางไกลด้วยโปรแกรม Teamviewer ในครั้งแรกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากต้องการให้ไปติดตั้งที่สถานที่ของลูกค้าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมซึ่งสามารถสอบกับทางเว็บไซต์เพื่อพิจารณาก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ

12. หากสั่งซื้อโปรแกรม Antivirus ไปแล้ว จะต้องรอนานแค่ไหน ถึงจะได้รับการอนุญาตใช้งาน ?

โดยปกติแล้วผู้สั่งซื้อ โปรแกรม Antivirus สำหรับบุคคล (Home / Personal) จะได้รับ รหัสอนุญาตใช้งาน (License Key) เพื่อเปิดสิทธิ์การใช้งาน ของสินค้าที่ซื้อไปภายใน 1 - 3 วันทำการ ในขณะที่ โปรแกรม Antivirus สำหรับองค์กร (Business / Endpoint) จะได้รับภายใน 5 - 7 วันทำการ หลังจากมีการชำระเงินและทางบริษัทฯ ได้ตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว อาจจะมีบางกรณีที่ระยะเวลาที่ลูกค้าได้รับสินค้าอาจจะนานกว่าที่ระบุขั้นต้น แต่เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบเป็นกรณีๆ ไป