นักวิจัยกังวล แม้พบว่าสถิติโจมตีด้วยแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น แต่อัตราการกู้ข้อมูลสำเร็จกลับน้อยลง

เมื่อ : 5 ตุลาคม 2569
ผู้เข้าชม : 785
เขียนโดย :
image_big
image_big
เมื่อ : 5 ตุลาคม 2569
ผู้เข้าชม : 785
เขียนโดย :

การโจมตีด้วยมัลแวร์ประเภทเรียกค่าไถ่ หรือ Ransomware นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทต่าง ๆ จะต้องเอาใจใส่เนื่องมาจากการถูกโจมตีหนึ่งครั้ง สามารถทำลายบริษัทได้แทบจะในทันที และข่าวนี้อาจสร้างความกังวลให้กับหลายบริษัทอีกครั้งหนึ่ง

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security Insiders ได้กล่าวถึงรายงานเกี่ยวกับผลกระทบของแรนซัมแวร์ต่อธุรกิจโดยทีมวิจัยจาก Object First ร่วมกับทีมวิจัยจาก Omdia บริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยี โดยใช้เวลาเก็บข้อมูลในองค์กรที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 24 เดือน หรือ 2 ปีนั้น ได้นำมาสู่ผลลัพธ์ที่น่าสนใจมากมายหลายอย่าง อันได้แก่

  • กว่า 84% ของธุรกิจทั้งหมดยืนยันว่าแรนซัมแวร์แบบเข้ารหัส (Encrypt) เพื่อล็อกไฟล์ สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับธุรกิจตนในปีนี้ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มีเพียง 64% เท่านั้นที่รู้สึกเช่นเดียวกัน
  • ในส่วนของการกู้ข้อมูลนั้นพบว่าในปีนี้มีเพียง 39% ของบริษัทที่ตกเป็นเหยื่อทั้งหมด สามารถกู้ข้อมูลได้อย่างน้อย 80% ของข้อมูลที่เสียหายไปทั้งหมด ซึ่งลดลงจาก 57% ของปีก่อนหน้า

ซึ่งจากผลดังกล่าวนั้นทางทีมวิจัยได้กล่าวว่าเป็นแนวโน้มที่แย่ลงจากปีที่ผ่าน ๆ มามาก และบริษัทที่ถูกเล่นงานโดยแรนซัมแวร์ในปีนี้จะต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นจากเทรนด์ดังกล่าว เนื่องจากแทนที่จะสามารถกู้ข้อมูลและดำเนินเงินต่อได้ กลับต้องใช้งบประมาณเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ และกู้ข้อมูลต่าง ๆ ที่ยังพอมีเหลืออยู่ขึ้นมา ทั้งยังต้องนำงบไปลงทุนในด้านความปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนั้นช่วงเวลาที่เสียไปหมายถึงรายได้ที่หดหาย และความสัมพันธ์ที่กับลูกค้าและคู่ค้าที่ตกต่ำลง จนธุรกิจเสื่อมถอยอีกด้วย

ทางทีมวิจัยจึงได้ย้ำเตือนถึงความสำคัญในการนำเอาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยเหลือในการจัดการตรวจจับการหลอกลวงแบบ Phishing ต่าง ๆ รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการลงทุนเรื่องการสำรองข้อมูล เพื่อให้นำไปสู่การกู้ข้อมูลให้ได้มากที่สุด และกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติได้โดยไว

ต้นฉบับ :
ที่มา :
Copyright Notice : All Rights Reserved. Copyright 1999-2026
Antivirus.in.th is owned and operated by Thaiware Communication Co., Ltd.