ข่าวสารด้านความปลอดภัย และโปรแกรม Antivirus

เมื่อ : 16 ตุลาคม 2569
ผู้เข้าชม : 668
เขียนโดย :
image_big
image_big
เมื่อ : 16 ตุลาคม 2569
ผู้เข้าชม : 668
เขียนโดย :

การหลอกลวงแบบ Phishing นั้นแม้จะเป็นการหลอกล่อเหยื่อให้กดลิงก์ หรือทำตามที่บอกซึ่งดูง่าย ๆ แต่ก็มีการพัฒนาการหลอกลวงให้ดูแนบเนียน หลงเชื่อง่ายมากขึ้นตลอดเวลา และนี่ก็เป็นพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งของการหลอกลวงในรูปแบบนี้

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Security Brief ได้กล่าวถึงการที่ทีมวิจัยจาก PhishByte บริษัทผู้เชี่ยวชาญในการฝึกฝนพนักงานให้ตื่นตัว (Awareness) ต่อการหลอกลวงแบบ Phishing ทำการแจ้งเตือนกลุ่มธุรกิจ บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ในประเทศออสเตรเลียให้ตื่นตัวกับการหลอกลวงที่จะมีความแนบเนียนมากขึ้นจากการที่แฮกเกอร์เริ่มนำเอาปัญญาประดิษฐ์สำหรับการสร้างสื่อ หรือ Generative AI เข้ามาใช้งานในการช่วยสร้างแคมเปญ Phishing ที่กำลังมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และแนบเนียนมากกว่าที่เป็นมา โดยจากงานสำรวจของทีมวิจัยนั้นพบว่า ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) นั้นมีการใช้ AI มาใช้ในแคมเปญ Phishing สูงมากถึง 56% ของแคมเปญ Phishing ทั้งหมดที่ถูกตรวจพบในเดือนดังกล่าว ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานเดิม (Baseline) ถึง 4% เมื่อเจาะลึกในแคมเปญที่ถูกสร้างด้วย AI นี้พบว่า ธุรกิจในออสเตรเลียต้องสูญเสียเป็นมูลค่ามากถึง 166.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (3,902,047,476 บาท) จากแคมเปญ Phishing ทางอีเมล โดยมีมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กมากถึง 56,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (1,324,121.34 บาท) ต่อธุรกิจหนึ่งแห่ง

ความเสียหายที่มากขึ้นนี้ มาจากการที่ทางแฮกเกอร์ได้เปลี่ยนกลเม็ด จากการส่งอีเมลจำนวนมากแบบที่เคยเป็นมา มาใช้ AI ประเภทโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM หรือ Large Language Model) และระบบจัดการอัตโนมัติ (Automation) จากอินเทอร์เน็ตมืด (Dark Web) อย่าง FraudGPT และ WormGPT ที่สามารถสร้างคอนเทนต์หลอกลวงที่ใช้ภาษาเชิงธุรกิจได้อย่างแนบเนียนจนแยกของจริงของปลอมไม่ออกในเวลาหลักวินาทีโดยอาศัยเศษข้อมูลของพนักงานภายในที่ขโมยมาได้เพียงอย่างเดียว ก็สามารถสร้างข้อความหลอกลวงได้มากกว่า 1,000 รูปแบบโดยอ้างอิงตำแหน่งผู้รับอีเมล, รายละเอียดของนายจ้าง และบริบทการทำงาน ความสามารถของ AI ในการสร้างอีเมลยังไปไกลกว่าแค่ความเนียน เพราะสามารถปรับโครงสร้างของอีเมลจนตัวกรอง (Filter) เข้าใจผิดคิดว่าเป็นจดหมายทางธุรกิจแบบธรรมดา จนเล็ดลอดเข้าสู่องค์กรต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

นอกเหนือจากการหลอกลวงทางอีเมลแล้ว ทางทีมวิจัยยังได้กล่าวว่าการหลอกลวงด้วยการสร้างหน้าคนปลอมผ่าน AI แบบ Deepfake และ การสร้างเสียงเลียนแบบนั้นก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่แฮกเกอร์ยุคใหม่เอามาใช้หลอกลวงคนได้อย่างแพร่หลายเช่นเดียวกัน โดยมีกรณีตัวอย่างที่พนักงานการเงินในฮ่องกง ทำการอนุมัติคำสั่งโอนเงินที่เป็นมูลค่าสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (840,600,000 บาท) หลังรับวิดีโอคอล (Video Call) จากสแกมเมอร์ที่แอบอ้างตนเองเป็นผู้บริหารฝ่ายการเงิน (CFO หรือ Chief Finance Officer) ด้วยหน้าที่ถูกสร้างขึ้นจาก Deepfake ซึ่งในส่วนของความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวงนั้น ทีมวิจัยได้อ้างอิงงานวิจัยจากธนาคาร Commonwealth Bank ว่า มีชาวออสเตรเลียมากถึง 90% จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,900 คน ที่เข้าร่วมโครงการวิจัย มีความมั่นใจว่าสามารถจับผิดหน้าปลอมที่ถูกสร้างจาก Deepfake ได้ แต่มีเพียง 42% เท่านั้นที่สามารถแยกออก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความอันตรายของแคมเปญการหลอกลวงที่ถูกสร้างขึ้นจาก AI ได้เป็นอย่างดี

ต้นฉบับ :
ที่มา :
Copyright Notice : All Rights Reserved. Copyright 1999-2026
Antivirus.in.th is owned and operated by Thaiware Communication Co., Ltd.