ตรวจพบช่องโหว่บนระบบแชร์หน้าจอของ macOS ที่สามารถใช้ในการฝังมัลแวร์ขุดเหรียญ Moneroได้
macOS จากเดินที่เคยเป็นตำนานของระบบปฏิบัติการ หรือ OS (Operating System) สุดแข็งแกร่งนั้น ตอนนี้ก็น่าจะเรียกได้ว่าเหลือแค่ชื่อไปแล้ว เพราะมีข่าวการตรวจพบช่องโหว่ หรือ พบการใช้งานมัลแวร์บน OS ตัวนี้เป็นประจำ และนี่ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งข่าวร้ายสำหรับผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการตัวนี้
จากรายงานโดยเว็บไซต์ The Hacker News ได้กล่าวถึงการตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยของฟีเจอร์แชร์หน้าจอ หรือ Screen Sharing บนระบบปฏิบัติการ macOS ที่มีรหัสว่า CVE-2026-65400 โดยได้รับคะแนนความอันตราย หรือ CVSS Score ที่สูงถึง 9.8 ซึ่งหมายถึงเป็นช่องโหว่ที่มีความอันตรายร้ายแรงมาก โดยช่องโหว่ดังกล่าวนั้นแฝงตัวอยู่ภายในองค์ประกอบ (Component) ของฟีเจอร์นี้ ที่จะเปิดช่องให้แฮกเกอร์ที่อยู่บนระบบเครือข่าย (Network) ที่เชื่อมต่อกับเหยื่ออยู่แล้ว ทำการอนุมัติ (Authentication) ตัวเองให้เข้าถึงการใช้งานระบบควบคุมเดสก์ท็อปจากระยะไกล (Remote Desktop) โดยที่ไม่ต้องใช้รหัสผ่านที่ถูกต้องแต่อย่างใด โดยช่องโหว่นี้นั้นแฮกเกอร์สามารถใช้ในการวางมัลแวร์ประเภทขุดเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto Miner) ที่ใช้ในการขุดเหรียญสกุล Monero ได้
ทาง Apple ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนา OS ดังกล่าวได้ทราบเรื่องแล้ว พร้อมได้ทำการออกแพทช์เร่งด่วนในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และได้ออกคำเตือนให้ผู้ที่ใช้งาน macOS รุ่นต่อไปนี้ทำการอัปเดตอุดช่องโหว่โดยไว
- macOS Tahoe 26.6.1
- macOS Sequoia 15.7.9
- macOS Sonoma 14.8.9
ทว่าในขณะนี้ทางศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands National Cyber Security Centre หรือ NCSC-NL) ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลของการใช้ช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อฝังมัลแวร์ให้กับทางสาธารณชนได้รับทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด หรือ มีความเสียหายเป็นสเกลที่ร้ายแรงเพียงใด ณ เวลานี้