คาซัคสถาน เตรียมนำเอา ChatGPT มาใช้เป็นแกนหลักของการศึกษาทั่วประเทศ
การเข้ามาของเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) อย่าง ChatGPT ของ OpenAI นั้นเรียกได้ว่ากลายมาเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ตั้งแต่ชีวิตส่วนตัว, การทำงาน และการศึกษา ซึ่งอย่างหลังนี้เองตัว ChatGPT ก็ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในระดับสถาบันการศึกษาแล้ว และในตอนนี้ก็กำลังจะก้าวไปในระดับประเทศ
จากรายงานโดยเว็บไซต์ ANewZ ได้กล่าวถึงการที่ทางรัฐบาลแห่งประเทศคาซัคสถานได้ประเทศตัวเป็นประเทศแรกที่จะเข้าร่วมโครงการการใช้งาน ChatGPT เพื่อการศึกษาร่วมกับทาง OpenAI ด้วยการนำเอา ChatGPT เวอร์ชันสำหรับใช้งานในด้านการศึกษาโดยเฉพาะ ChatGPT Edu เข้ามาใช้งานในสถานศึกษาทั่วประเทศเป็นการทั่วไป ซึ่งในโครงการนี้ ทางรัฐมนตรีแห่งกระทรวงปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาดิจิทัล (Ministry of Artificial Intelligence and Digital Development) ได้ออกมากล่าวว่า แผนการนี้ไม่ใช่เพียงแผนงานการทดลองระยะสั้น แต่เป็นความพยายามในการเชื่อมต่อเทคโนโลยี AI และการศึกษาในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่การศึกษาสำหรับเด็ก ไปจนถึงระดับอุดมศึกษาแบบไร้รอยต่อและครบวงจร
ซึ่งในโครงการนี้นั้น ทางรัฐบาลจะได้รับสิทธิ์ในการใช้งาน (License) ChatGPT Edu จากทาง OpenAI เป็นจำนวนมากถึง 165,000 สิทธิ์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งสิทธิ์การใช้งานเหล่านี้จะถูกกระจายไปยังสถาบันศึกษาในระดับต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดย 100,000 สิทธิ์แรกจะถูกนำไปใช้งานในระดับ ก่อนวัยเรียน, ระดับโรงเรียน และวิทยาลัยเทคนิค และอาชีวศึกษา ต่าง ๆ ขณะที่อีก 62,800 จะถูกนำไปใช้งานในระดับอุดมศึกษา และ 2,200 จะถูกมอบให้กับทางสถาบันนวัตกรรม Astana Hub ซึ่งในการใช้งานในระดับมหาวิทยาลัยนี้นั้น ทางรัฐมนตรีแห่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และอุดมศึกษา (Minister of Science and Higher Education) ได้ออกมาสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งกล่าวว่า การนำเอา ChatGPT Edu เข้ามาใช้งานนั้นจะช่วยให้ครูอาจารย์ และเหล่านักวิจัยสามารถทำงานได้สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่เข้ามาแย่งงานแต่อย่างใด
สำหรับเงินสนับสนุนที่ทำให้โครงการนี้เป็นจริงขึ้นมาได้นั้น มาจากการสนับสนุนทางการเงินจากภาคเอกชน (Privately Funded) ทั้งนั้น ไม่ได้มีการใช้งบประมาณรัฐ หรือเงินอุดหนุนจากภายนอกประเทศแต่อย่างใด ซึ่งการนี้จะช่วยให้การร่วมมือกันระหว่างตัวโครงการ และกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วโดยไม่เดือดร้อนงบประมาณของรัฐ ซึ่งนอกจากโครงการนี้จะช่วยด้านการศึกษาแล้ว ทางรัฐบาลยังได้กล่าวอีกว่า โครงการนี้จะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การพัฒนา และสร้างนวัตกรรม AI ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นเป้าหมายของรัฐบาลอีกประการหนึ่งอีกด้วย