Kaspersky แนะให้กลุ่มธุรกิจรายย่อยและผู้ใช้ทั่วไปในประเทศไทยเพิ่มความปลอดภัยออนไลน์

เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 1,316
เขียนโดย :
image_big
image_big
เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 1,316
เขียนโดย :

ทางบริษัท Kaspersky ได้จัดงานแถลงข่าวออนไลน์ในหัวข้อ Thailand Cyber Landscape and Protection of SMB โดยมีคุณ Siang Tiong Yeo ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, คุณเบญจมาศ จูฑาพิพัฒน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย และคุณพุฒิพงศ์ พงศ์ลักษมาณา ผู้จัดการฝ่ายพรีเซลส์ประจำประเทศไทยของบริษัท Kaspersky ร่วมพูดคุย

Kaspersky แนะให้กลุ่มธุรกิจรายย่อยและผู้ใช้ทั่วไปในประเทศไทยเพิ่มความปลอดภัยออนไลน์

ภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้ เบญจมาศ จูฑาพิพัฒน์ ผู้จัดการประจำบริษัท Kaspersky ประเทศไทย ได้เผยข้อมูลการรายงานข้อมูลวิเคราะห์การโจมตีผ่านเว็บไซต์, ภัยคุกคามทั่วไป และแหล่งที่มาของภัยคุกคามต่าง ๆ จาก Kaspersky Security Network (KSN) พบว่า เมื่อปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky ได้ป้องกันผู้ใช้จากภัยคุกคามทางออนไลน์ได้ราว 20,598,223 รายการ ซึ่งคิดเป็นผู้ใช้จำนวน 28.4% ที่เกือบโดนโจมตีทางออนไลน์ (คิดเป็นอันดับที่ 87 ของโลก และอันดับที่ 5 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

โดยการโจมตีผ่านเว็บไซต์ที่พบมากที่สุด 5 อันดับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะประกอบไปด้วย

  1. Malware จากเว็บทราฟฟิก (เว็บไซต์ที่เป็นทางผ่านไปยังเว็บอื่น ๆ ที่อาจมีไวรัสแฝงภายในเว็บหรือบนโฆษณาออนไลน์ต่าง ๆ)
  2. การดาวน์โหลดโปรแกรมหรือไฟล์บางชนิดผ่านอินเทอร์เน็ต
  3. การดาวน์โหลดไฟล์แนบจากอีเมล
  4. การใช้ Browser Extensions ต่าง ๆ 
  5. การดาวน์โหลด Component / Communications ด้วย C&C ที่มี Malware แฝง

คุณ Siang Tiong Yeo ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Kasperksy ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ระบุว่าจากการระบาดของ COVID-19 ก็ทำให้สภาพสังคมทั่วโลกต้องปรับตัวกันไปสู่โลกออนไลน์กันมากขึ้นทั้งการทำงานและการเรียน ซึ่งก็เปิดโอกาสให้ Hacker หรือผู้ไม่หวังดีต่าง ๆ ได้ทำการหาผลประโยชน์จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งการขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือการหลอกเอาเงิน ดังนั้นองค์กรต่าง ๆ และบุคคลทั่วไปจึงควรที่จะยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้

และคุณพุฒิพงศ์ พงศ์ลักษมาณา ผู้จัดการฝ่ายพรีเซลส์ของบริษัท Kaspersky ประเทศไทย ก็ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย Kaspersky EDR-O (Endpoint Detection and Response Optimum) ที่เป็นบริการช่วยป้องกันและตรวจจับการคุกคามจากไวรัสและ Malware ประเภทต่าง ๆ พร้อมจัดทำข้อมูลสรุปรายงานลักษณะการโจมตีเพื่อวิเคราะห์และทำการป้องกันการโจมตีในครั้งถัดไป โดยจะสามารถทำได้ทั้งการรันระบบแบบ Auto ทั่วทั้งระบบและ Manual เฉพาะบางส่วน

Kaspersky แนะให้กลุ่มธุรกิจรายย่อยและผู้ใช้ทั่วไปในประเทศไทยเพิ่มความปลอดภัยออนไลน์

และ Kaspersky Sandbox ที่เป็นการป้องกันแบบ Automatic ที่สามารถตรวจจับ Malware และไวรัสทุกชนิด โดยมันจะทำการรันไฟล์หรือ URLs ต้องสงสัยบน Sandbox เพื่อวิเคราะห์หาความเสี่ยงในการถูกโจมตีและทำการบล็อกไฟล์หรือ URLs นั้น ๆ ก่อนถึงมือผู้ใช้

Kaspersky แนะให้กลุ่มธุรกิจรายย่อยและผู้ใช้ทั่วไปในประเทศไทยเพิ่มความปลอดภัยออนไลน์

อีกทั้งยังแนะให้องค์กรธุรกิจต่าง ๆ จัดการรับมือกับปัญหาภัยคุกคามความปลอดภัยทางไอทีเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานในการทำงานแบบ Work from home ดังนี้

  • ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของพนักงานสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย
  • จัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น
  • เข้ารหัสข้อมูลและติดรหัสผ่าน รวมทั้งตรวจสอบการสำรองข้อมูล
  • ติดตั้ง Antivirus บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีการอัปเดตอยู่เสมอ
  • เพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยรหัสผ่านหรือ Biometric

ส่วนผู้ใช้ทั่วไปก็ควรเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตในการทำงานหรือเรียนออนไลน์ได้ ดังนี้

  • ตรวจสอบว่าเราเตอร์ Wi-Fi มีการอัปเดตอยู่เสมอและทำงานได้อย่างราบรื่น รวมทั้งตั้งรหัสผ่านที่มีความซับซ้อนเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
  • ทำงานบนอุปกรณ์ที่นายจ้างจัดหาให้เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานและความลับของบริษัท
  • ปรึกษาพูดคุยกับฝ่ายไอทีของทางบริษัทในกรณีที่เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยในการทำงานออนไลน์
  • สร้างรหัสผ่านแอคเคาท์ต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนและไม่ดาวน์โหลดหรือเปิดลิงก์หน้าสงสัย
  • เพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยรหัสผ่านหรือ Biometric
  • ติดตั้ง Antivirus บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีการอัปเดตอยู่เสมอ
ต้นฉบับ :